รักษาผมหงอก ..ด้วยสูตรบำรุ่งด้วยวิตามินบี7

ผมงอกหรือผมสีขาว เป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนไม่อยากให้เกิดกับตนเอง เพราะผมหงอกแสดงถึงอายุที่มากขึ้นนั้นเอง แต่ปัจจุบันผมหงอกไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้สูงวัยเท่านั้นคะ บางคนก็มีผมหงอกตั้งแต่ยังวัยรุ่นเสียด้วยซ้ำ ผมหงอกจึงสร้างความวิตกกังวลและทำให้คนขาดมั่นใจอย่างมากคะ วันนี้เราจะมาพูดถึงการ รักษาผมหงอก กันคะ

รักษาผมหงอก

ผมหงอกเกิดจากอะไร

ผมหงอกเกิดจากที่เซลล์เมลาโนไซด์ (Melanocyte) ที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีบริเวณโคนผมตายลง ทำให้ผมบริเวณนั้นเกิดการขาดเม็ดสีผมจึงขาว ส่วนสาเหตุของการตายของเซลล์เม็ดสีนั้นอาจเกิดจาก พันธุกรรม ความเครียด การดูแลเส้นผม มลพิษ หรือโรคบางชนิดก็สามารถทำให้ผมดำกลายเป็นผมขาวได้เหมือนกันคะ เช่น โรคเบาหวาน โรคเลือด โรคโลหิตจาก โรคต่อมไทรอยด์เป็นต้น ซึ่งยังไม่มีการศึกษาใดระบุได้ว่าสาเหตุชัดเจนของการตายของเม็ดสีเกิดจากอะไร แต่หากเกิดตอนที่เราอายุเยอะนั้นก็เพราะการเสื่อมโทรมของร่างกายที่เป็นไปตามกาลเวลา เซลล์เม็ดสีจะเริ่มทำงานน้อยลงเรื่อยๆตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนคนที่ผมหงอกก่อนวัยอันควรที่ไม่พบว่าครอบครัวตนเองมีผมหงอกก่อนวัย สาเหตุส่วยมากอาจเกิดจากโภชนาการที่ไม่ถูกต้อง การใช้ชีวิตที่ผิดสุขลักษณะ รวมทั้งการใช้สารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป

วิธีรักษาผมหงอก ทำอย่างไร?

ปัจจุบันการรักษาผมหงอกที่เกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของร่างกายคงจะไม่มีรักษาให้เซลล์ไม่เสื่อมได้นะคะ แต่เราสามารถป้องกันการเกิดผมหงอกก่อนวัยอันควรได้ด้วยตนเองคะ ได้แก่

1.ลดความเครียด การใช้ชีวิตในปัจจุบันกระตุ้นให้คนเกิดความเครียด ไม่ว่าในเรื่องการทำงาน การดำรงชีวิต ความเครียดจะส่งผลต่อระบบการทำงานต่างๆในร่างกาย ดังนั้นการลดความตรึงเครียด ความวิตกกังวล จะช่วยชะลอการเกิดผมหงอกได้

2.พักผ่อนเยอะๆ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยกระตุ้นให้ระบบในร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ วัยรุ่นต้องการนอนวันละ 9 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ต้องการนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง เป็นต้น ขณะที่เรานอนหลับร่างกายจะได้รับการซ่อมแซม ได้พัก และขับของเสียออกมา จึงส่งผลให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจคะ

3.รับประทานอาหารที่จำเป็นต่อผม เช่น อาหารจำพวกพืชตะกูลถั่ว เมล็ดทานตะวัน งา ข้าวกล้อง ข้างโอ๊ต ข้าวโพด อาหารทะเล ผลไม้ ได้แก่ แอปเปิล ส้ม กล้วย

4.รับประทานวิตามินกลุ่มที่ช่วยส่งเสริมการงอกของเส้นผม ได้แก่

-วิตามินบี 7 หรือวิตามินเอช หรือไบโอติน เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำ ช่วยรักษษสุขภาพผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ สำหรับผู้ที่มีอาการขาดสารไบโอตินก็จะมีอาการผมร่วง ผมหงอก เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย การเผาผลาญไขมันทำงานไม่สมบูรณ์ ผิวหนังอักเสบ อาหารที่พบสารไบโอตินได้แก่ ตับวัว ไข่แดง เนย แป้งถั่วเหลือง เนย ถั่วลิสง ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี เป็นต้น ปริมาณไบโอตินที่ควรได้รับในแต่ละวันคือ 100-300 ไมโครกรัม นอกจากนี้เรายังสามารถรับประทานสารไบโอตินในรูปแบบอาหารเสริมได้ซึ่งมักจะรวมอยู่ในอาหารเสริมประเภทวิตามินบีรวมคะ

-กรดโฟลิก พบมากในผักใบเขียว แครอท ฟักทอง และถั่วต่างๆ กรดโฟลิกควรรับประทานคู่กับกรดแพนโทเทนิกและพาบาจึงจะสามารถชชะลอการเกิดผมหงอกได้คะ

-กรดแพนโทเทนิค () หรือวิตามินบี 5 ซึ่งร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ด้วยแบคทีเรียในลำไส้ และพบในอาหารจำพวก ธัญพืชไม่ขัดสี จมูกข้าวสาลี ผักสีเขียว เป็นต้น

-วิตามินพาบา (Para-aminobenzoic Acid) เป็นตัวช่วยดูดซึมวิตามินบี 5 จึงสามารถช่วยป้องกันผมหงอก พื้นคืนสีผมตามธรรมชาติ จากการวิจัยพบว่าการบริโภควิตามินพาบา 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยบริโภค 6 วัน ต่อสัปดาห์ พาบาพบได้ในธรรมชาติ เช่น ข้าวกล้อง ไข่ ตับ กากน้ำตาล โยเกิร์ต ผักใบเขียว เป็นต้น

การรักษาและป้องกันการเกิดผมขาวก่อนวัยอันควรนั้นทำได้ง่ายๆ เพียงคุณดูแลตัวเอง รับประทานอาหารที่ช่วยเรื่องบำรุงเส้นผม และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็สามารถชะลอการเกิดผมขาวได้แล้วคะ

ข้อมูลรักษาผมหงอก
พาบา (PABA: กรดพารา-อะมิโนเบนโซอิก) : greenclinic.in.th
9 ประโยชน์ของวิตามินบี 5 (pantothenic-acidกรดแพนโทเทนิก) : medthai.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น