น้ำมันมะพร้าว เคล็ดลับเกร็ดความรู้ใช้อย่างไรให้เกิดผล

ยุคสมัยหนึ่งมีการรณรงค์ให้หันมาบริโภคน้ำมันถั่วเหลือง เพราะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว ไม่เป็นไขแม้จะอยู่ในที่เย็น มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย มีการโฆษณาโจมตีน้ำมันปาล์มที่จะเป็นไขเมื่ออยู่ในที่เย็น เราก็เริ่มหันมาใช้น้ำมันถั่วเหลืองกันมากขึ้น พอยุคสมัยเปลี่ยน เริ่มหันมาสนใจในสุขภาพตนเองมากขึ้น หันมาพิงพาธรรมชาติให้มากที่สุด ลดการปรุงแต่ง น้ำมันมะพร้าว จึงได้รับความนิยมอย่างมาก

น้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Virgin coconut oil) แบบสกัดเย็นจากเนื้อมะพร้าวสด โดยไม่ใช้ความร้อนหรือสารเคมี น้ำมันมะพร้าวที่ดีจะต้องเป็นไขเมื่อวางอยู่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียล ซึ่งจะพบว่าน้ำมันมะพร้าวจะมีลักษณะเป็นครีมขาว ไขของน้ำมันมะพร้าวที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นน้ำมันมะพร้าวคุณภาพดี นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวจะมีกลิ่นหอมอ่อน ไม่เหม็นหืน หรือมีกลิ่นเปรี้ยว

อย่างที่เราได้ทราบประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวกันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะช่วยฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก ช่วยเพิ่มไขมันชนิดดี (HDL) บำรุงผิวพรรณ บำรุงเส้นผม ช่วยลดน้ำหนักได้เพราะสามารถนำมาเผาพลาญได้ทันที ไม่เกิดการสะสมไขมัน นำมาปรุงอาหาร เป็นต้น

แต่คุณทราบไหมคะว่า น้ำมันมะพร้าวที่เราใช้ๆกันอยู่ในปัจจุบันนี้ สามารถทำให้เกิดโรคขึ้นได้ นั้นก็คือ “โรคปอดอักเสบ” การเกิดของโรคไม่ใช่เพราะน้ำมันมะพร้าวไม่ดี แต่การนำไปใช้ไม่เหมาะสมและไม่ได้รับการเอาใจใส่ดีพอ จึงนำไปสู่การเกิดโรค โรคปอดอักเสบชนิดนี้มักเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย ผู้ที่เป็นโรคทางสมอง และผู้ที่มีปัญหาในการกลืน หรือสำลักง่าย กลุ่มคนเหล่านี้เสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดอักเสบได้สูง การนำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาอม กลั้วปาก กลั้วคอ หรือให้กลืนกินเข้าไปนั้น อาจเกิดการสำลักน้ำมันมะพร้าวได้ น้ำมันมะพร้าวนั้นเบากว่าน้ำยิ่งทำให้สำลักได้ง่ายยิ่งขึ้นคะ น้ำมันมะพร้าวที่สำลักจะเล็ดลอดเข้าไปตามเยื่อบุทางเดินหายใจแล้วลงไปในปอด ทำให้ปอดอักเสบ มีอาการไอ เหนื่อยหอบ ซึ่งจะค่อนข้างรักษาได้ยาก จากรายงานการรักษาคนไข้โรคปอดอักเสบที่เกิดจากการสำลักน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนั้น เมื่อเอกซเรย์ปอดของคนไข้จะพบฝ้า เส้นใย สีขาวขุ่น และพบว่าเสมหะที่ดูดออกมาจะมีสีขาวลอยอยู่เหนือน้ำ แตกต่างจากเสมหะโรคปอดอักเสบทั่วๆไป ที่ต้องจมน้ำและไม่เป็นไข ด้วยเห็นนี้การจะใช้น้ำมันมะพร้าวมากลั้วคอก็ต้องระมัดระวัง อย่าคิดว่าเป็นน้ำมันจากธรรมชาติแล้วจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายนะคะ ทางที่ดีกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมะพร้าวในวิธีที่กล่าวมา

ยิ่งกว่านั้นการผลิตน้ำมันมะพร้าวในเชิงอุตสาหกรรม ที่ต้องผลิตในปริมาณมากๆ และจำเป็นต้องยืดอายุการจัดเก็บของน้ำมันมะพร้าวให้นานยิ่งขึ้น แม้จะเปิดใช้แล้วก็จะไม่เกิดกลิ่นหืนๆ ผู้ผลิตจึงมีการเติมสารเคมีบางชนิดที่ช่วยทำให้เกิดกลิ่นหอมเมื่อเปิดขวดใช้งาน นั้นก็คือน้ำหอมสังเคราะห์กลิ่นมะพร้าวหรือกลิ่นมะพร้าวน้ำหอม หรือบางผู้ผลิตจะมีการเติมสารเคมีชนิดหนึ่งลงไปในน้ำมันมะพร้าวเพื่อทำให้น้ำมันมะพร้าวใสอยู่ตลอดเวลา ไม่ขุ่น ไม่เกิดไขสีขาวแม้จะอยู่ในที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียลก็ตาม ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อว่าเป็นน้ำมันมะพร้าวที่ดี น่าซื้อ สารเคมีชนิดนี้ก็คือ น้ำมันแก้ว ( Mineral Oil) เป็นสารที่เกิดจากการกลั่นปิโตเลียม ซึ่งหากเราบริโภคเข้าไปอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้คะ

ใช่ว่าเป็นน้ำมันที่มาจากธรรมชาติแล้วจะปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ เราเป็นผู้บริโภคต้องรู้จักเลือกน้ำมันมะพร้าวที่มีคุณภาพดี ต้องรู้จักวิธีใช้ที่ถูกต้องและเหมาะสม เราจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากน้ำมันมะพร้าวคะ

ข้อมูลน้ำมันมะพร้าวที่เกี่ยวข้อง
ความจริง(..ที่ปกปิด) ของน้ำมันมะพร้าว: thairath.co.th
เตือนภัย น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เสี่ยงโรคปอดอักเสบ : komchadluek.net